ประวัติความเป็นมา
ความเป็นมา
          เทศบาลเมืองลำสามแก้ว ตั้งอยู่บริเวณชุมชนลำสามแก้ว คลองซอยที่ 1, 2 และ 3 ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี มีเนื้อที่ 12.5 ตารางกิโลเมตร ยกฐานะจากองค์การบริหารส่วนตำบลคูคต เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2550 ชุมชนลำสามแก้วเคยมีลำน้ำจากนครนายกไหลผ่านพื้นที่ไปลงแม่น้ำเจ้าพระยาผ่านวัดอ้อมแก้ว ต่อมาวัดดังกล่าวได้รื้อไปสร้างวัดกลางคลองสี่ (พระอาจารย์ทองอินทร์) และวัดสายไหม(พระอาจารย์ทองใบ) ชาวบ้านเรียกบริเวณนี้ว่า “บ้านลำสามแก้ว” (บันทึกระทรวงมหาดไทย) ชุมชนลำสามแก้ว เป็นอาณาบริเวณที่ผ่าประสบการณ์การเปลี่ยนแปลงทั้งในเชิงกายภาพและวัฒนธรรมที่เข้มข้นและกว้างขวางมากยิ่งกว่าอาณาบริเวณ อื่น ๆ ในประเทศไทย

            ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบริเวณชุมชนลำสามแก้ว เริ่มขึ้นเมื่อมีการขุดคลองรังสิตประยูรศักดิ์ โดยบริษัทขุดคลองแลคูนาสยามจำกัด ใน พ.ศ. 2420 ซึ่งมีผลทำให้บริเวณชุมชนลำสามแก้ว ที่ก่อนหน้านั้นเคยเป็นเพียงพื้นที่รกร้างว่างเปล่า ปราศจากการใช้ประโยชน์ ไม่มีชุมชนหรือผู้คนตั้งหลักแหล่งอาศัยทำกินพื้นที่ทั้งหมดเป็นป่าดงรกชัฏ ที่ลุ่ม หนองบึง เต็มไปด้วยสิงห์สาราสัตว์ ทั้งสัตว์ใหญ่ สัตว์เล็ก สัตว์ปีก สัตว์น้ำและพืชพันธุ์ไม้นานาชนิด เปลี่ยนแปลงไปเป็นพื้นที่ของการเพาะปลูก ข้าวนาลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังจากที่มีการสร้างระบบชลประทานสมัยใหม่ขึ้นในพื้นที่แล้ว การเพาะปลูกข้าวในบริเวณชุมชนลำสามแก้วก็ดำเนินไปอย่างเข้มข้น และชุมชนลำสามแก้วก็เริ่มมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อภาคเศรษฐกิจ การส่งออกของข้าวไทยมีการเคลื่อนย้ายอพยพประชากรจากที่ต่างๆ ที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์และภูมิหลังทางสังคม เข้ามาตั้งหลักแหล่งบุกเบิกที่ดินเป็นพื้นนาสร้างชุมชน
ทางการเกษตรและการค้า หลังจากนั้นบางส่วนของชุมชน ลำสามแก้ว ได้กลายเป็นที่สวนและไร่ ใช้เพาะปลูกพืชผลทางการเกษตรอื่น ๆ พร้อมกับการใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรสมัยใหม่ในรูปแบบต่างๆ ภายหลัง พ.ศ. 2504 เมื่อมีการประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ฉบับที่ 1 ภาคอุตสาหกรรมการผลิตก็เริ่มขยายเข้ามาในบริเวณชุมชนลำสามแก้ว จังหวะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในบริเวณที่เกี่ยวเนื่องกับชุมชนลำสามแก้ว ดำเนินไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรอบ 2 ทศวรรษที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นการเติบโตของอุตสาหกรรมการผลิตที่ใช้ทุนขนาดใหญ่ และเทคโนโลยีระดับสูง ความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์ การขยายตัวของประชากรและชุมชนที่อยู่อาศัย สถาบันการศึกษาขั้นสูง ศูนย์ธุรกิจ การพาณิชย์สมัยใหม่ และแหล่งพักผ่อนในรูปแบบต่างๆ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทำให้อาณาบริเวณชุมชนลำสามแก้วในปัจจุบันเป็นทั้งเขตอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญที่สุดเขตหนึ่งระบบเศรษฐกิจของไทย เป็นอาณาบริเวณที่มีอัตราการขยายตัวของชุมชนที่พักอาศัยสูงที่สุดบริเวณหนึ่ง จนบางส่วนกลายเป็นเขตที่อยู่อาศัยชานเมืองของกรุงเทพมหานครไป โดยปริยายแต่พื้นที่ส่วนใหญ่ของอาณาบริเวณชุมชนลำสามแก้วก็ยังคงดำรงภาคการผลิตทางการเกษตรอย่างเข้มข้นต่อไปบนพื้นฐานของเทคโนโลยีและการตลาดแบบใหม่

            จากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบริเวณชุมชนลำสามแก้ว ดังกล่าว ทำให้คลองชุมชนลำสามแก้ว กลายเป็นคลองชลประทานในอดีตที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นแหล่งกำเนิดของชีวิตคนริมคลองที่มีความเป็นอยู่ อาชีพ วัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น ความเชื่อที่มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง มีโบราณสถาน โบราณวัตถุเกิดขึ้นบริเวณริมคลองมากมาย และควรได้มีการอนุรักษ์คลองชุมชนลำสามแก้วไว้ให้ชนรุ่นหลังได้ชื่นชม และภาคภูมิใจกับมรดกของชาติ นอกจากคลองชุมชนลำสามแก้ว ยังเป็นคลองที่มีความ
เหมาะสมเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ได้เป็นอย่างดียิ่ง ซึ่งการที่จะทำให้แนวความคิดดังกล่าวประสบความสำเร็จได้นั้น บุคลากรในท้องถิ่นต้องมีความรู้ ความเข้าใจและมีองค์ความรู้ในเรื่องนั้น ๆ อย่างถ่องแท้ ซึ่งเด็ก เยาวชนและประชาชนในชุมชนลำสามแก้ว ถือเป็นบุคคลสำคัญจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องมีองค์ความรู้เกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวในท้องถิ่นอย่างชัดเจน

วิถีชีวิตชุมชนลำสามแก้ว
           คลอง คือ หัวใจสำคัญในการพัฒนาชุมชนลำสามแก้วให้มีสภาพ เป็นแหล่งทำมาหากินของชาวบ้านที่ทยอยกันอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐาน โดยเฉพาะบริเวณสองฝั่งคลอง จะมีบ้านเรือนของชาวบ้านตั้งเรียงรายกันเป็นระยะ ๆ มีทั้งเป็นเพิงและบ้านทรงหน้าจั่วธรรมดา ที่ทำด้วยไม้ หลังคามุงจาก รอบ ๆ บริเวณบ้านจะปลูกพืชผลต่าง ๆ เช่น กล้วย อ้อย มะยม ขนุน และพืชผักสวนครัวประเภท ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด เป็นต้น ใต้ถุนบ้านและชายน้ำจะเลี้ยงเป็ดและไก่ ที่ชายคลองหน้าบ้านจะปลูกผักบุ้งลอย เป็นแพดูสวยงาม
ชาวบ้านได้อาศัยสายน้ำในคลองเพื่ออุปโภคและบริโภค เริ่มตั้งแต่ใช้ดื่มกิน หุงต้มข้าวปลาอาหาร อาบน้ำชำระร่างกาย ซักเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มต่างๆ ทำความสะอาดเครื่องมือเครื่องใช้ นอกจากนี้ยังเป็นลมหายใจของเกษตรกรที่ต้องพึ่งพาอาศัยเพื่อการเพาะปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหาร และเลี้ยงสัตว์นานาชนิด
น้ำเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำนานาชนิด คลองชุมชนลำสามแก้ว ซึ่งมีสายน้ำที่ใสสะอาดและพืชพันธุ์ไม้ธรรมชาติ จึงเป็นที่อยู่ของกุ้ง หอย ปู ปลา ฯลฯ ชาวบ้านจะจับสัตว์น้ำนานาชนิดด้วยเครื่องมือประเภทต่างๆ เช่น สวิง แห อวน ยอ ลอบ ข่ายและเบ็ด เพื่อนำไปเป็นอาหาร เหลือจากนั้นจะนำไปขายเป็นรายได้อีกทางหนึ่ง

          นอกจากนี้ ชาวบ้านยังใช้คลองเป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งเพื่อสัญจรไปมา ค้าขาย ไปมาหาสู่ซึ่งกันและกัน จับจ่ายซื้อข้าวของที่ตลาด ซึ่งตลาดที่มีชื่อเสียงของคลองรังสิต คือ ตลาดรังสิตเพราะมีของขายนานาชนิด อีกทั้งช่วยทำให้ชาวบ้านไม่ต้องเสียเวลาไปจ่ายของที่ตลาดซึ่งอยู่ไกลบ้าน สำหรับพาหนะที่ใช้ในคลอง คือ เรือ ซึ่งเรือที่นิยมใช้ประจำวัน คือ เรือบด เพราะมีขนาดเล็กกะทัดรัด นั่ง 2 คน ถ้าจะขนส่งข้าวและพืชผลต่างๆ จำนวนมาก จะใช้เรือขนาดใหญ่กว่าเรือบด คือ เรือมาด เรือชะล่า และเรือสำปั้นจ้าง ซึ่งต้องใช้แจวและถ่อเป็นอุปกรณ์เพราะมีน้ำหนักมาก แต่ถ้าชาวบ้านจะไปจ่ายของที่ตลาดรังสิต หรือตัวเมืองจะมีเรือรับจ้าง เรียกว่าเรือเมล์ หรือเรือแท็กซี่ เป็นเรือที่ใช้เครื่องจักรไอน้ำ
และนอกจากนี้ ชาวมอญสามโคกยังใช้คลองลำสามแก้วเป็นเส้นทางค้าขายโดยนำเครื่องปั้นดินเผา เช่น ตุ่มสามโคก อ่าง กระถาง หม้อ ฯลฯ บรรทุกเรือมาขายที่คลองลำสามแก้วอีกด้วย
คลอง นอกจากจะมีประโยชน์ในด้านอุปโภคบริโภคและการคมนาคมแล้ว ยังเป็นแหล่งวัฒนธรรมท้องถิ่นที่แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตชาวบ้านริมคลองได้อย่างชัดเจน เพราะกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันของชาวบ้านตั้งแต่เช้าถึงค่ำ เกิดในบริเวณคลองชุมชนลำสามแก้วแทบทั้งสิ้น
ชีวิตชีวาของคลองเริ่มต้นพร้อมๆ กับชีวิตของชาวบ้าน ที่ต้องตื่นแต่เช้ามืดเพื่อออกไปทำมาหากินในช่วงเวลาประมาณตีสี่ตีห้า ภายในคลองจะมีเรือพายและเรือแจวพายสวนขึ้นล่องไปมาพร้อมกันมีเสียงร้องทักทายกันฉันท์ญาติพี่น้อง เพราะชาวบ้านส่วนมากจะรู้จักมักคุ้นกันตามลักษณะอุปนิสัยของคนไทยในชนบท ต่อมาประมาณหกโมงเช้าจะมีพระสงฆ์จากวัดสายไหม วัดลาดสนุ่นและวัดโพสพผลเจริญ พายเรือออกบิณฑบาตในขณะที่ชาวบ้านส่วนใหญ่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาจะจัดเตรียมอาหารหวาน คาว ใส่ถาดออกมานั่งรอใส่บาตรที่หัวสะพานหน้าบ้าน ซึ่งทำด้วยไม่ไผ่ที่ทอด ยื่นยาวออกไปจากตัวบ้านถึงท่าน้ำช่วงสาย ๆ ประมาณสาม สี่โมง ช่วงบ่ายโมงถึงบ่ายสามโมงจะมีเรือพ่อค้า แม่ค้านำของกินประเภทต่างๆ พายเรือขายขึ้นล่องไปมาของกินที่มีขายเป็นประจำและชาวบ้านนิยมซื้อได้แก่ น้ำแข็งใส น้ำแข็งกดไอติม(ไอศกรีม) กาแฟ สำหรับเรือขายกาแฟนั้นจะมีขนมแห้ง ๆ ขายเพื่อกินกับกาแฟด้วย เช่น ขนมถั่วทุบ(ตุ๊บตั๊บ) ขนมโก๋ ขนมงา พ่อค้าขายกาแฟ มีวิธีการเรียกลูกค้าโดยไม่ต้องใช้เสียงตะโกนขายของเหมือนพ่อค้า แม่ค้าอื่นๆ แต่จะใช้แตรบีบเป็นจังหวะ ๆ เสียงดังป๊อด ๆๆ เด็ก ๆ เมื่อได้ยินเสียงแตร จะวิ่งไปบอกผู้ใหญ่พร้อมกับร้องตะโกนว่า “เจ๊กขายกาแฟมาแล้ว” นอกจากนี้ยังมีก๋วยเตี๋ยวเรือซึ่งเป็นของกินที่ชาวบ้านนิยมกินกันแทบทุกครัวเรือน เนื่องจากก๋วยเตี๋ยวเรือมีรสชาติอร่อยจนเป็นที่เลื่องลือ ชื่อเสียงของก๋วยเตี๋ยวเรือจึงโด่งดังไปทั่วประเทศจากอดีตถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะ “ก๋วยเตี๋ยวเรือโกฮับ” มีชื่อเสียงมานาน กว่า 80 ปี ในอดีตเมื่อไปต่างจังหวัด บางจังหวัดบริเวณหน้าร้านจะขึ้นป้ายโฆษณาว่า “ก๋วยเตี๋ยวเรือโกฮับเจ้าเก่า”

           “ก๋วยเตี๋ยวเรือหลานโกฮับ” “ก๋วยเตี๋ยวเรือสูตรโกฮับ” เป็นต้น ก๋วยเตี๋ยวเรือของโกฮับได้สร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วประเทศ ในฐานะ “ก๋วยเตี๋ยวเรือ” ด้วยเหตุนี้จึงอาจกล่าวได้ว่า “คลองเป็นถิ่นกำเนินก๋วยเตี๋ยวเรือที่อร่อยที่สุดในประเทศไทย”
ปัจจุบันก๋วยเตี๋ยวเรือ ได้รับยกย่องให้เป็นอาหารพื้นบ้านของจังหวัดปทุมธานี ซึ่งทางหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนนิยมใช้เป็นอาหารในการจัดเลี้ยงแขกบ้านแขกเมืองของจังหวัดปทุมธานี
นอกจากนี้ ในเทศกาลสำคัญ ๆ คลองยังเป็นสถานที่ในการจัดกิจกรรมตามประเพณีของชาวบ้านและชุมชนอีกด้วย เช่น ประเพณีปล่อยปลา การเล่นสาดน้ำในเทศกาลสงกรานต์ ประเพณีแข่งเรือในเทศกาลทอดกฐิน ประเพณีลอยกระทงในคืนวันเพ็ญเดือนสิบสอง เป็นต้น
มนุษย์เรานั้น ชีวิตและร่างกายดำรงคงอยู่ได้ก็เพราะน้ำ เลือดที่หล่อเลี้ยงการทำงานของหัวใจและอวัยวะต่างๆ ก็มีน้ำเป็นส่วนประกอบที่สำคัญ เซลล์และเนื้อเยื่อต่างๆ ก็ต้องการน้ำในการหล่อเลี้ยง แม้แต่ผิวหนังยังต้องการน้ำเพื่อช่วยให้ผิวพรรณแลดูเปล่งปลั่ง เต่งตึง สดใสให้ชวนมอง ดังนั้นถ้าจะเปรียบสายน้ำที่ใสสะอาดในคลองชุมชนลำสามแก้ว คือสายโลหิตที่หล่อเลี้ยงชีวิตของชาวบ้าน ก็คงจะไม่ห่างไกลเกินความเป็นจริงนัก
เมื่อความเจริญจากกรุงเทพมหานครแผ่กระจายสู่ปริมณฑล ซึ่งรวมถึงบริเวณคลองด้วยแล้วถนนหนทางหลายสายตัดผ่าน บ้านจัดสรรผุดขึ้นราวดอกเห็ด วิถีชีวิตของชาวบ้านที่ต้องพึงพาอาศัยคลองเสมือนเป็นสายน้ำแห่งชีวิต จึงเป็นเพียงตำนานที่เล่าขานจากปากผู้เฒ่าผู้แก่ วิถีชีวิตชาวชุมชนลำสามแก้วปัจจุบันกล่าวได้ว่าไม่แตกต่างจากวิถีชีวิตชาวกรุงเท่าใดนัก

ด้านการศึกษา
         เนื่องจากระยะแรก ๆ นั้น ชุมชน ลำสามแก้วยังตั้งถิ่นฐานในลักษณะชั่วคราวความจำเป็นที่จะต้องมีโรงเรียนยังไม่เกิดขึ้น และยังไม่มีกฎหมายบังคับ ต่อมา พ.ศ. 2463 พระราชบัญญัติประถมศึกษาได้ประกาศใช้ แต่ในพื้นที่ชนบทยังไม่ให้ความสำคัญมากนัก เมื่อชุมชนลำสามแก้วเริ่มมีประชาชนมากขึ้นจึงได้มีโรงเรียนเกิดขึ้น จากข้อมูลเบื้องต้นทราบว่าโรงเรียนที่มีอายุมากที่สุดบริเวณชุมชนคลองลำสามแก้ว คือโรงเรียนขจรเนติยุทธ(โรงเรียนเทศบาล 1) และต่อมาชุมชนหนาแน่นขึ้นจึงได้มีโรงเรียนเพิ่มมากขึ้น
หนังสืออ้างอิง.. ร้อยปีคลองรังสิต โครงการวิจัยนำร่องเฉลิมฉลองวโรกาสกาญจนาภิเษก สถาบันไทยศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พระอาจารย์ทองอินทร์ เจ้าอาวาสวัดกลางคลองสี่
พระอาจารย์ทองใบ เจ้าอาวาสวัดสายไหม
บันทึกกระทรวงมหาดไทย
Adobe Acrobat Document ดาวน์โหลดไฟล์   ขนาดไฟล์ 119.78 KB
คู่มือบริการสำหรับประชาชน
การลงทะเบียนผู้สูงอายุ
งานทะเบียนราษฎร์
ภาษี
จดทะเบียนพาณิชย์
ลงทะเบียนคนพิการ
การขออนุญาตกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม
การขอใบอนุญาตก่อสร้าง
ผู้บริโภคที่ร้องเรียนบริษัทลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน)
โครงการปรับปรุงกระบวนการทำงานและลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน
ควบคุมภายใน
การลดขั้นตอนและระยะเวลาปฎิบัติราชการของงานทะเบียนราษฎร
แหล่งท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรมประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่น

ประกาศประมวลจริยธรรมของข้าราชการเทศบาลเมืองลำสามแก้ว
ประมวลจริยธรรมข้าราชการของเทศบาลเมืองลำสามแก้ว
ประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมืองท้องถิ่นฝ่ายบริหาร
คำสั่งกองทุน
ระเบียบกองทุน
แบบฟอร์มเอกสารกองทุน
ประกาศใช้แผนอัตรากำลัง 3 ปี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2558-2560
ประกาศใช้แผนอัตรากำลัง 3 ปี พ.ศ. 2558-2560 (ฉบับปรับปรุง)
เส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพพนักงานส่วนท้องถิ่น
ข้อมูลการศึกษา
โรงเรียนอนุบาล1 หมู่ 3
โรงเรียนอนุบาล2 หมู่ 2
โรงเรียนอนุบาล3 หมู่ 7
โรงเรียนเทศบาล 1(ขจรเนติยุทธ)
โรงเรียนสวนอักษร
โรงเรียนผ่องสุวรรณ
โรงเรียนประสานมิตร
โรงเรียนเตรียมบัณฑิต
วัดสายไหม
วัดซอยสามัคคี

ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ
ข้อมูลสถานการณ์น้ำท่วมจากภาพถ่ายดาวเทียม
โปรแกรมแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สิน
dusitcenter
สมาคมข้าราชการพลเรือนแห่งประเทศไทย
โครงการส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
ฐานข้อมูลหน่วยงานของรัฐ
อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร
เว็บท่าสำหรับคนพิการ
7 Greens ททท.
เว็บไซต์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว
เว็บเพจการรับแจ้งข้อมูลหรือเหตุการณ์ที่กระทบต่อความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ กระทรวงกลาโหม
สำนักงาน ป.ป.ช.
ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์วุฒิสภา
สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)
e - Learning สำนักงาน ป.ป.ช.
กองทุนบำเหน็จบำนญข้าราชการ
WeLoveKing
ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล
ชมรมพัฒนาชุมชน
เว็บไซต์แนะนำความรู้เกี่ยวกับธนบัตรไทย
กรมทรัพยากรธรณี
สำนักกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว
สำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
GC 1111
สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
 
เทศบาลเมืองลำสามแก้ว
199 หมู่ที่ 6 ถนนลำลูกกา – ธัญบุรี ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี
หมายเลขโทรศัพท์ 02-9876001-4